เปลี่ยนแบตเตอรี่ Honda Civic FC 1.8 / Honda Civic FE G11 1.5 turbo, 2.0 Hybrid e:HEV แบตหมด ราคาถูก ติดตั้ง ฟรี!
บทความนี้จะค่อนข้างละเอียดหน่อยนะครับ แต่คิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ Honda Civic FC 1.8 และท้ายบทความผมจะแนะนำการอัพเกรดแอมป์ของแบตเตอรี่สำหรับ Honda Civic FC 1.8 ด้วยครับ
น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อยสำหรับ เครื่องยนต์ ขนาด 1.8 ลิตร ที่ใช้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ MF BATTERY ลูกเล็กขนาดเพียง 45 แอมป์ เท่านั้นเอง
Honda Civic FC 1.8 ยี้ห้อไหนดี!!!
สำหรับ Honda Civic FC 1.8 มีแบตเตอรี่ให้เลือกมายหลายรุ่น แต่แบตเตอรี่ที่ทางร้านจะแนะนำต่อไปนี้ คือแบตเตอรี่ที่ทางร้านคิดว่าเหมาะสมกับ Honda Civic FC 1.8 แบตเตอรี่ คุณภาพดี ราคาเหมาะสม
1. S600 ยี่ห้อ FB BATTERY 45 แอมป์ (50B24L)
ราคา 1,900 บาท
2. ยี่ห้อ GS BATTERY 45 แอมป์ (46B24L)
ราคา 2,000 บาท
การอัพเกรดแบตเตอรี่ขั้นสุด 55 แอมป์
ถ้าลูกค้ามีงบประมาณ (ส่วนตัวผมคิดคุ้ม) และต้องการแบตเตอรี่คุณภาพสูงให้กับรถที่เรารัก แบตเตอรี่ ขนาด 55 แอมป์ ทางร้านขอแนะนำพี่ใหญ่อย่าง *GS N55L (70B24L) ขนาด 55 แอมป์ จุดเด่นของแบตเตอรี่รุ่น EFB ก็คือ การออกแบบใช้แผ่นตะกั่วหนาซึ่งมีความจุขนาดใหญ่ และความเร็วในการชาร์จกลับ โดย EFB BATTRERY นั้นได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวเลือกสำคัญ สำหรับลูกค้าที่ใช้รถยนต์ในยุคปัจจุบัน รุ่นนี้แนะนำเลยครับ
1. รุ่น S650 ยี่ห้อ FB BATTERY 50 แอมป์ (60B24L)
ราคา 2,200 บาท
1. รุ่น N55 ยี่ห้อ GS BATTERY 55 แอมป์ (70B24L)
ราคา 2,800 บาท
⛔️ ราคานี้เป็นราคาแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่เก่าขนาดเท่ากัน ⛔️
บทความนี้ตั้งใจเขียนอย่างละเอียด หวังว่าเป็นประโยชน์สำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนแบตเตอรี่ Honda Civic FE G11 ทั้งรุ่น 1.5 turbo และ 2.0 Hybrid e:HEV ครับ
แบตเตอรี่ที่ติดติดตั้งมากับ All new Honda Civic G11 ใช้แบตเตอรี่เหมือนกันไหม! เป็นแบตเตอรี่แบบไหน! ขนาดเท่าไหร่! ใช้แบตเตอรี่กี่แอมป์! มาดูกันครับ
เริ่มด้วย Honda Civic FE G11 1.5 Turbo
แบตเตอรี่นั้นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว!!! Honda Civic FE G11 1.5 turbo ใหม่! รุ่นล่าสุด ได้มีการพัฒนาการติดตั้งแบตเตอรี่มาใช้ในแบบมาตรฐานยุโรป (DIN) หรือเราเรียกกันติดปากว่าแบตเตอรี่ขั้วจม แบตเตอรี่ชนิดนี้จะนิยมใช้กันในรถยนต์ยุโรป แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เบนซ์ หรือ บีเอ็ม ดับเบิลยู เป็นต้น การที่ Honda Civic FE G11 1.5 turbo มาใช้แบตเตอรี่ขั้วจมถือว่าเป็นการยกระดับมาตฐานการติดตั้งแบตเตอรี่และเพิ่มกำลังไฟเพื่อรองรับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เพิ่มเข้ามา
All New Honda Civic FE G11 1.5 turbo EL ได้ติดตั้งแบตเตอรี่ในแบบมาตรฐานยุโรป (DIN) หรือแบตเตอรี่ขั้วจม โดยแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้มีขนาดถึง 60 แอมป์ มีกำลังสตาร์ท 450 CCA เพื่อให้รองรับการใช้ไฟที่มากขึ้นด้วย แอมป์ และกำลังสตาร์ท (CCA) ที่มากกว่าแบตเตอรี่รุ่นเดิมพอสมควร โดยทางร้านแบตเตอรี่รถยนต์ของเรามีบริการแบตตรงรุ่นให้กับลูกค้า
ขอแนะนำแบตเตอรี่รถยนต์สำหรับเครื่องยนต์ Honda Civic FE G11 1.5 Turbo ต้องเป็นแบต DINLN2
แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น
1. DINLN2 ยี่ห้อ 3K BATTERY SILVER 65 แอมป์
ราคา 3,200 บาท
2. DINLN2 ยี่ห้อ FB BATTERY พรีเมี่ยม GOLD SMF 65 แอมป์
ราคา 3,400 บาท
⛔️ ราคานี้เป็นราคาแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่เก่าขนาดเท่ากัน ⛔️
สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ FB HiDash LN2 ISS ได้มีการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยการติดตั้งแบตเตอรี่ในตัวรถมาเป็นมาตรฐานยุโรป (DIN) หรือ เรียกว่าแบตเตอรี่ขั้วจมซึ่งแตกต่างจากแบตเตอรี่ของฮอนด้ารุ่นอื่นๆ
Honda Civic FE G11 1.5 turbo, 2.0 Hybrid e:HEV ต้องใช้แบตเตอรี่ชนิดพิเศษที่รองรับระบบ ISS เท่านั้น! เพราะ Honda Civic FE G11 1.5 turbo, 2.0 Hybrid e:HEV มีระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop ใช้แบตเตอรี่ ISS รุ่น LN2 ขนาด 60 แอมป์ การทำงานของระบบ Idling Stop แบตเตอรี่ที่แนะนำคือ
1. LN2 ยี่ห้อ FB EFB ISS
ราคา 3,600 บาท
⛔️ ราคานี้เป็นราคาแลกเปลี่ยนแบตเตอรี่เก่าขนาดเท่ากัน ⛔️
EFB BATTRERY
EFB หรือ Enhanced Flooded Battery หมายถึง แบตเตอรี่อิเล็กโทรไลต์เหลวขั้นสูง การออกแบบใช้แผ่นตะกั่วหนาซึ่งมีความจุขนาดใหญ่ และความเร็วในการชาร์จกลับ เทคโนโลยีของ EFB สามารถใช้กับรถยนต์ที่มีระบบ Idling Stop ได้ดีกว่าแบตธรรมดา เพราะการชาร์จจะดำเนินการเร็วกว่า ดังนั้นแม้จะมีการเดินทางระยะสั้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะชดเชยพลังงานที่ใช้ไป ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตของการผลิตแบตเตอรี่
Honda Civic FE G11 1.5 turbo, 2.0 Hybrid e:HEV แนะนำเพิ่มเติม ยี้ห้อไหนดี
สำหรับ Honda Civic FE G11 1.5 turbo, 2.0 Hybrid e:HEV ทางร้านแนะนำเพิ่มเติมคือ แบตเตอรี่ EFB ที่คุ้มค่าคุ้มราคาให้กับลูกค้า *FB EFB LN2 ขนาด 65 แอมป์ เป็นแบตเตอรี่ยี้ห้อเดียวกันกับแบตเตอรี่ OEM ที่มาพร้อมกับรถ แต่รุ่นนี้ให้กำลังไฟ และกำลังสตาร์ทสูงกว่าแบตเดิมติดรถ พูดง่ายๆ คือสเปคสูงกว่าเแบตเตอรี่เดิม และราคาเป็นมิตรครับ
ประโยชน์ที่ได้รับรวมถึง:
มอบพลังการชาร์จและการคายประจุแบบDeep-cyclingมากกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปถึง 2 เท่า
รองรับการทำงานที่มีการสตาร์ทเครื่องยนต์ในจำนวนที่สูง รวมไปถึงช่วงเวลาของการดับเครื่องยนต์
เพิ่มประสิทธิภาพในการรับพลังงานจากการชาร์จได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ชนิดน้ำทั่วไป
ออกแบบสำหรับช่วยในการทำงานในภาวะอากาศร้อนจัด
เหมาะสำหรับเทคโนโลยีสตาร์ท-ดับเครื่องของพาหนะที่ไม่มีเทคโนโลยีระบบเบรกโดยจ่ายพลังงานคืน และสำหรับพาหนะที่มีความต้องการพลังงานสูงกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นกำหนดตารางเวลาที่แน่นขนัดหรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์อื่นๆ หลายอย่าง
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ EFB ของเราสร้างขึ้นด้วย เทคโนโลยีกริด PowerFrame® สำหรับพลังงานเริ่มต้นที่สูงและประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้
ที่มา https://www.varta-automotive.com
ฮอนด้า ซีวิค 11 เจเนอเรชั่น
ฮอนด้า ซิวิค (Honda CIVIC) รถยนต์ที่ผลิตและพัฒนาโดยบริษัทฮอนด้า ซีวิคเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2516 เป็นรถสองประตูขนาดเล็ก โดยมีความจุเครื่องยนต์ 1169 ซีซี และ 1238 ซีซี โดยในปัจจุบันมีการปรับปรุงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งเครื่องยนต์และความกว้างในห้องผู้โดยสาร (ซีวิครุ่นปัจจุบันที่มีขายในเมืองไทยเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร และ 1.5 ลิตร เทอร์โบ) นอกจากนี้ซีวิคได้ถูกจัดเป็นรถคุณภาพค่อนข้างดีเนื่องจาก ลักษณะรูปร่างภายนอกและความเชื่อถือได้ของระบบเครื่องยนต์และช่วงล่างพอสมควร
เจนเนอเรชั่นที่ 1 : 1972-1979
เจนเนอเรชั่นที่ 2 : 1980-1983
เจนเนอเรชั่นที่ 3 : 1984-1987
เจนเนอเรชั่นที่ 4 : 1988-1991
เจนเนอเรชั่นที่ 5 : Honda Civic เตารีด 3Dr / 4Dr 1.5, 1.6 (1992-1995)
เปิดตัวกันยายน 1991 พลิกแนวทางการออกแบบจากเหลี่ยมสันทรงกล่อง มาเป็นทรงมนท้ายลาด มีรหัสตัวถัง EG, EH, EJ1 และ EJ2 ในเมืองไทยความนิยมพุ่งขึ้นสูงสุดด้วยรุ่นตัวถัง 3 ประตู ฐานล้อ 2,570 มม. รุ่น 4 ประตูซึ่งทำตลาดญี่ปุ่นในชื่อ Civic Ferio ฐานล้อ 2,620 มม. และรุ่น CRX ทำตลาดอเมริกาในชื่อ Del Sol มีรุ่น Targa ฐานล้อ 2,370 มม. และรุ่นคูเป้ 2 ประตู ฐานล้อ 2,570 มม. พัฒนาในอเมริกา และเปิดตัวในปี 1993
พฤศจิกายน 1992 ฮอนด้าทำตลาดภายใต้แบรนด์ Isuzu Gemini จากนั้นในเดือนสิงหาคม 1992 Civic รุ่นนี้ก็ขึ้นสายการผลิตในสหราชอาณาจักร และทำตลาดในชื่อ Rover 400 ส่วนเมืองไทยทำตลาดด้วยรุ่น 4 ประตู ช่วงแรกทำตลาดด้วยเครื่องยนต์คาร์บิวเรทเตอร์ จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นหัวฉีด VTEC ส่วนรุ่น 3 ประตูมีเฉพาะเครื่องยนต์คาร์บิวเรทเตอร์
เจนเนอเรชั่นที่ 6 : Honda Civic ตาโต 1.6, 1.8 (1996-2000)
รหัสตัวถัง EK4, EK5, EK3, EJ6, EJ7,EJ8, EJ9, EM1 และ EK9 ตัวถังยังคงสไตล์เดียวกับ EG ใช้เครื่องยนต์ VTEC 1,600 ซีซี 120 แรงม้า โดยในปี 1998 ได้เพิ่มรุ่นตัวถังคูเป้ จากนั้นช่วงต้นปี 1999 มีการปรับโฉมครั้งใหญ่เพิ่มความปราดเปรียว ปรับปรุงเครื่องยนต์เดิมให้มีมลพิษน้อยลงในรุ่น VTEC LEV หรือ Low Emission Vehicle 127 แรงม้า และเพิ่มรุ่น 1,800 ซีซี เครื่องยนต์ B18B 145 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
เจนเนอเรชั่นที่ 7 : Honda Civic Dimension 1.7 / 2.0 (2001-2005)
กลับมาใช้ตัวถังทรงกล่องอีกครั้ง แต่มีความโค้งมนกลมกลืน มี 3 ตัวถังคือ ซีดาน, คูเป้ และแฮทช์แบค มีรหัสตัวถัง EM2, ES1, EP3 และ EU1 และเป็น Civic รุ่นแรกที่มีรุ่นไฮบริดให้เลือก อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 19.5 และ 21.7 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการใช้งานในเมืองและไฮเวย์ ส่วนรหัสแรง Type R ตัวถัง EP3 เปิดตัวในปี 2001 ตัวถังแฮทช์แบ็ก 3 ประตูสำหรับตลาดสหราชอาณาจักร ผลิตโดยโรงงานในเมืองสวินดอน เครื่องยนต์ K20A เบนซิน 4 สูบ DOHC i-VTEC 2,000 ซีซี 200 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และส่งกลับมาทำตลาดในญี่ปุ่นโดยมีกำลังสูงสุด 215 แรงม้า
เมืองไทยมีเฉพาะรุ่นซีดาน ES1 เครื่องยนต์ 4 สูบ 1,700 ซีซี SOHC 120 แรงม้า และ VTEC LEV 130 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 4 จังหวะ เปลี่ยนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแม็กเฟอร์สันสตรัต เนื่องจากใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า และสามารถออกแบบให้รถต่ำลงได้ ส่วนด้านหลังยังคงเป็นปีกนก 2 ชั้น ช่วงปี 2003 เพิ่มรุ่นแรง 2.0 ใช้เครื่องยนต์ K20A บล็อกเดียวกับ CR-V และ Stream เป็นแบบ 4 สูบ DOHC VTEC LEV 155 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ
เจนเนอเรชั่นที่ 8 : Honda Civic FD 1.8, 2.0 (2006-2011)
มีรหัสตัวถัง FD2, FA1, FG1, FG2, FA5, FK และ FN โดยฮอนด้าได้แบ่ง Civic รุ่นนี้ออกเป็น 2 แพลทฟอร์ม คือเวอร์ชั่นสำหรับทำตลาดญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ มีตัวถังซีดานและคูเป้ ทำตลาดอเมริกาในชื่อ Acura CSX ส่วนเวอร์ชั่นสำหรับตลาดยุโรปมี 2 ตัวถัง คือ แฮทช์แบค 3 และ 5 ประตู ใช้เครื่องยนต์ VTEC 1,400 และ 1,800 ซีซี และรหัสแรง Type R ตัวถัง FN2 แบบ 3 ประตู เครื่องยนต์รหัส K20Z4 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC 2,000 ซีซี 198 แรงม้า
เวอร์ชั่นญี่ปุ่นและอเมริกาเหนือ เป็นตัวถังเดียวกับที่ทำตลาดในเมืองไทย รุ่นซีดาน 4 ประตูรหัสตัวถัง FD2 มีรุ่น Type R เช่นเดียวกัน ใช้เครื่องยนต์ K20A 225 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่วนรุ่นพื้นฐานที่ทำตลาดในเมืองไทยประกอบด้วย 1,800 ซีซี i-VTEC SOHC 16 วาล์ว 140 แรงม้า และ 2,000 ซีซี i-VTEC DOHC 16 วาล์ว 155 แรงม้า เกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติ 5 จังหวะ หลังเปิดตัวโฉมแรกช่วงปี 2005 ก็มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ปลายปี 2009 เปลี่ยนไฟหน้า-ไฟท้าย กระจังหน้า และเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน
เจนเนอเรชั่นที่ 9 : Honda Civic FB 1.8, 2.0 / Civic FB 1.5 Hybrid (2011-2015)
มีรหัสตัวถัง FB4, FG3, FB2, FG4 และ FB6 ในตลาดโลกมีการเผยโฉมตัวต้นแบบทั้งรุ่นซีดานและคูเป้ล่วงหน้าที่งาน 2011 ดีทรอยท์ ออโต้โชว์ และเริ่มจำหน่ายในสหรัฐฯ ช่วงกลางปีเดียวกันนั้นเอง
จากนั้นในช่วงปี 2013-2014 เวอร์ชั่นยุโรปตัวถัง 5 ประตูแฮทช์แบคก็เริ่มทำตลาด รุ่นเครื่องยนต์มีเบนซิน 1.4, 1.8 ส่วนดีเซลมี 1.6 และ 2.2 ต่อด้วยรุ่นตัวถังอเนกประสงค์ในชื่อ Civic Tourer ส่วนไฮไลท์ส่งท้ายก็คือรุ่นแรง Civic Type R ในปี 2013 เครื่องยนต์เบนซิน ไดเรค-อินเจคชั่น เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 310 แรงม้า
ในบ้านเรา Honda Civic ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-Mid เป็นครั้งแรก และเป็นรุ่นแรกของฮอนด้าที่สามารถใช้เชื้อเพลิง E85 ได้ โดยในช่วงเปิดตัวนั้น Civic มียอดสะสมทั่วโลกมากกว่า 20 ล้านคัน การทำตลาดแบ่งเป็น 2 รุ่นเครื่องยนต์ คือ เครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ความจุ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ความจุ 1.8 ลิตร ปรับปรุงในเรื่องการลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วน มลพิษในไอเสียต่ำลง และเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิง อัตราการคายมลพิษในไอเสียมาตรฐาน EURO4
เสื้อสูบผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีความทนทานสูง ลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนภายในขณะเคลื่อนที่ ท่อร่วมไอดีแบบแปรผัน 2 จังหวะ และผลิตจากวัสดุแบบ Composite ระบบส่งกำลังมีทั้งเกียร์ธรรมดาซิงโครเมท 5 จังหวะ และอัตโนมัติ 5 จังหวะ ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control พร้อม Direct Control และ Shift Hold System
เจนเนอเรชั่นที่ 10 : Honda Civic FC (2016-2021)
ตัวถังมีการออกแบบเป็นแบบฟาสต์แบ็ก (ซึ่งมีลักษณะเป็นหลังคาเทลาดลงไปจนเกือบถึงด้านท้ายสุดของกระโปรงท้าย) ภายนอกมีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ที่ลากยาวเชื่อมต่อไปถึงสองฝั่งของไฟหน้า โดยสำหรับรุ่น Turbo RS ได้ใช้ไฟหน้า LED และกระจังหน้าสีดำ ส่วนรุ่น E, EL และ Turbo ไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์และกระจังหน้าโครเมียม ส่วนไฟท้ายมีลักษณะเป็นตัว C มีไฟเลี้ยวแสดงตำแหน่งตรงที่หน้าซุ้มล้อหน้าคล้ายกับเวอร์ชันอเมริกาแต่จะเป็นโคมสีขาว
ภายในนั้นมีการปรับปรุงใหม่มากมายซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่นที่ 9 มาก รุ่นนี้ได้ใช้หน้าจอมาตรวัดความเร็วเป็นแบบหน้าจอดิจิทัล LCD ขนาด 7 นิ้วแบบใหม่ซึ่งไม่เป็นแบบสองชั้นแบบรุ่นที่แล้วและมีหน้าจอเอ็นโฟนเทนเมนต์สัมผัสขนาด 7 นิ้วที่สามารถรองรับระบบแอปเปิ้ล คาร์เพลย์และแอนดรอยด์ ออโต้[6][7]
รุ่นนี้แบ่งเครื่องยนต์เป็น 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรบล็อกเดิม และเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งทั้งเครื่องยนต์และระบบเกียร์ดังกล่าวได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร ที่ 1,700–5,500 รอบต่อนาที ให้กำลังเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร มีอัตราการประหยัดน้ำมันเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นไม่มีเกียร์แบบธรรมดาในประเทศไทยแล้ว
ฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 10 ในประเทศไทยได้แบ่งออกเป็น 4 รุ่นย่อยคือ 1.8 E, 1.8 EL, 1.5 Turbo และ 1.5 Turbo RS
เจนเนอเรชั่นที่ 11 : 2021-ปัจจุบัน
ล่าสุดทาง Honda Global ปล่อยคลิป Official Teaser ออกมา เตรียมเปิดตัว Civic Concept วันที่ 17 พฤศจิกายน 2021 นี้ ครั้งแรกในโลก เป็น Prototype Car ที่ใกล้เคียงเวอร์ชั่นผลิตจริงมากที่สุด ก่อนเตรียมจะเปิดตัว All NEW Honda Civic 11th Generation เวอร์ชั่นผลิตจริง อย่างเป็นทางการในช่วงปี 2021 ทั้งตัวถัง Sedan 4 ประตู และ Hatchback 5 ประตู
ขอบคุณที่มา :
https://www.motortrivia.com/
https://th.wikipedia.org